และจ้อย, นก, ทอง นอนในห้องของเรือนแพ ตกดึกสงัดคืนนั้น ปานก็ต้อง สะดุ้งสุดตัว เมื่อรู้สึกได้ถึงอาการอันไหวยวบของเรือนแพ คล้ายๆ กับว่ามีคน ขึ้นเรือนแพมา มองออกไปรอบตัวก็ปกคลุมได้ด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย แลดูมดครึ้ม กิ่งไม้ไหวเอนไปมาตามกระแสลม มองดูเหมือนภาพต่างๆ นานา ในท่ามกลาง ความเงียบสงัด ปานได้ยินเสียงตะกุกตะกักอยู่ในครัวท้ายเรือนแพ ด้วยความ สงสัย ปานคว้าไฟฉายไว้ในมือค่อยๆ เดินย่องไปเงียบๆ ทีละก้าว ทีละก้าว  จีพีเอสตามรถยนต์ ขณะ ที่ใจกำลังจดจ่ออยู่ที'ห้องครัวนั้น ปานก็ต้องสะดุ้งสุดตัว ร้องออกมาดังๆ “เอ้ย” เพราะปรากฏว่ามืมือเย็นๆ มาจับที่ช่วงไหล่ ปานค่อยๆ หันหน้ากลับไป พบริยะ ยื่นยิ้มอยู่ ริยะถามว่าไอ้ปาน เอ็งลุกขึนมาทำไมเงียบๆ คนเดียว ประเดียวก็ได้ตกนำตายห่าหรอก ปานเกาหัวแกรกๆ “ทำไมมาเงียบๆ วะ ตกใจหมดเลย ข้าได้ยินเสียงดังอยู่ในครัว ไม่รู้ว่าเสียงอะไร ว่าจะมาดูซะหน่อย เห็นเอ็งนอนหลับอยู่ก็เลยขี้เกียจปลุก” ปานสาธยายให้ริยะฟัง แตรยะกลับบอกย้อนไปเสียงเครียดๆ ว่าค.ราวหน้าคราวหลัง เอ็งอย่าลุกมาคนเดียวอีกนะโว้ย มีอะไรเดี๋ยวจะช่วยกันไม่ทั:น” ปานหัน'ไปถามด้วยความสงลัย“มีอะไรน่ากลัวหรือวะ ไอ้ยะ”ริยะมองหน้าเพื่อนบอกว่าไม่มีอะไรหรอก ไปนอนเถอะไป็ เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะพาไปเที่ยวน้ำตก”“งั้น ขอข้าไปดูในครัวให้หายสงลัยก่อนนะ ว่าเป็นเสียงอะไร”โดย'1ม่ต้องรอสิ่งใด ปานเดินตรงไปยังห้องครัว ล่องไฟฉายวาบเข้าไปในครัวโลหะ ทันใดนั้นปานก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อแสดงจากไฟฉายกระทบกับสายตาสีเขียวคู,หนึ่ง จ้องมายังเขา และโดยไม่ทันตั้งตัวเจ้าของดวงตาสีเขียวคู,นั้นก็กระโจนสวนแสงไฟฉายออกมา พร้อมล่งเสียงร้องดัง “เบี้ยว” ปานถอยหลังด้วยความตกใจจนสะดุดขอบพื้นเรือนแพหงายหลังก้นจํ้าเบ้า ร้องเสียงหลง “โอ้ย! ไอ้แมวเองซวย อย่าให้เจออีกนะมึง" รำพึงรำพันกับตัวเองเสร็จก็ค่อยๆ ลุกเดินกะโผลกกะเผลก อุปกรณ์นักสืบ ไประเบียงหน้าเรือนแพ พบริยะกำลังล้มตัวลงนอน ริยะเห็นอาการของเพื่อน จึงถามด้วยความสงลัยว่าไปโดนอะไรมาวะ ไอ้ปาน เดินยังกะคนเป็นรืดล้ดวง”ก็ไอ้แมวบ้านะซิ ทำเอาข้าตกใจหมดเลย” แล้วปานก็เล่าเหตการโป้ให้ฟัง รียะได้แต่หัวเราะหึๆ แล้วทั้งดู่ก็พากันล้มตัวนอนหลับไปในท่ามกลางความเงียบสงัด ปานหันมองริยะ เห็นริยะนอนหลับสนิท ลังเกตได้จากลมหายใจเข้าออกอย่างสมรเสมอ ซึ่งผิดกับตัวเขาที่นอนลืมตา โพลงไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงนอนไม่หลับ ความเงียบบวกกับความเย็น ของอากทศ ผสมกับไอน้ำจากแม่น้ำ ความเย็นมันจับเข้าไปจากผิวหนัง จนถึง ขั้วหัวใจ จนคางลันกึกๆ ทำให้เขาต้องดึงผ้าห่มมาคลุมกาย ความอบอุ่นจาก ผ้าห่มบวกกับความเหนื่อยล้าจากการเล่นนํ้าตลอดทั้งวันทำให้ความง่วงเหงว- หาวนอนเข้ามาครอบคลุมอดที,จะอ้าปากหาวไม่ได้ และค่อยๆ เข้าล่ภวังค์ ใน ขณะที่กำลังเข้าอุ่ภวังค์นั้น เขารู้สึกว่ามีอะไรสิ่งหนึ่งมากดทับอยู่บนร่างกาย จน ไม่สามารถขยับร่างกายล่วนใดล่วนหนึ่งได้ แขนขาเหมือนถูกพันธนาการ แต่ จร5เกสัมผัสได้ถึงกลิ่นคล้ายกลิ่นตะไคร่น้ำผสมกับกลิ่นเน่าของซากศพ ครั้นจะ ลืมตาขึ้นมองดูก็ไม่สามารถจะทำได้ พยายามจะขยับร่างกายหลายครั้งแต่ไม่ สามารถที่จะทำได้ พลันหูก็แว่วเสียงของผู้หญิง เสียงนั้นแช่มช้า ตาพร่า ตังมี จังหวะจะโคน ชัดเจนยิ่งนักว่าหนึ่ง เครื่องจับสัญญาณและดักฟัง  พอแล้วลูก เห็นหรือเปล่าว่าพี่เขาอึดอัด เดี๋ยวพี่เขาไม่สบาย หนู จะเป็นบาปเปล่าๆ”ไม่เป็นไรน่าแม่  พี่เขาแข็งแรงออก”“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เล่นกับพี่เค้าแคนั้พอแล้ว”เขาพยายามจะเงี่ยหูฟังอีก แต่ผันตัวเองไม,ไหว เพราะเหนื่อยล้าเต็มที ทำให้เผลอหลับไป รู้สึกตัวอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงริยะเรียกเบาๆ “เฮย! ไอ้ปาน ตื่นได้แล้วสว่างแล้ว” ปานค่อยๆ ลืมตาและยันกายลุกนั่ง “เช้าแล้วเหรอวะ”ริยะมองเพื่อนแล้วถามยิ้มๆ “เมื่อคืนเอ็งนอนฉี่รดผ้าห่มหรือไงวะ ผ้าห่มถึงได้ชื้นน้าเหมือนเอ็งไป
 

Comment

Comment:

Tweet